50 คำกริยาภาษาอังกฤษที่จำเป็นที่สุด เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญในการเรียนรู้ Verb Forms
50 คำกริยา 5 ช่อง (A-Z) ที่จำเป็นที่สุดสำหรับสร้างรากฐานภาษาอังกฤษ

ในการเดินทางเพื่อเรียนรู้ภาษาอังกฤษ การเริ่มต้นที่แข็งแรงคือสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ แทนที่จะพยายามจดจำคำศัพท์นับร้อยนับพันคำในคราวเดียว การมุ่งเน้นไปที่กลุ่มคำกริยาที่จำเป็นและใช้บ่อยที่สุดก่อน จะช่วยให้นักเรียนสามารถสร้างและเข้าใจประโยคพื้นฐานได้อย่างรวดเร็วและมั่นใจ

ในบทความนี้ ผมได้คัดเลือก "หัวใจของคำกริยา" มา 50 คำ ซึ่งเป็นคำที่นักเรียนจะได้พบเจอและใช้งานบ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน โดยจัดเรียงตามลำดับตัวอักษร A-Z เพื่อง่ายต่อการอ้างอิง และมาพร้อมตารางการใช้งานครบทั้ง 5 รูปแบบเช่นเคย ขอให้ใช้หน้านี้เป็นจุดเริ่มต้นที่แข็งแกร่งที่สุดในการเรียนรู้ Verb Forms นะครับ

คำกริยาหมวดอักษร A - C

1. Ask (ถาม, ขอ)

V1 Don't be afraid to ask questions. อย่ากลัวที่จะถามคำถาม
V2 I asked for directions. ฉันได้ถามทาง
V3 The same question has been asked three times. คำถามเดิมได้ถูกถามมาสามครั้งแล้ว
V4 He is asking for help. เขากำลังขอความช่วยเหลือ
V5 She often asks about you. เธอมักจะถามถึงคุณอยู่บ่อย ๆ

2. Be (เป็น, อยู่, คือ)

V1 You need to be strong. คุณต้องเข้มแข็ง
V2 We were happy to see him. เราดีใจที่ได้เจอเขา
V3 He has been to America. เขาเคยไปอเมริกา
V4 She is being kind. เธอกำลังทำตัวใจดี
V5 It is a beautiful day. มันเป็นวันที่สวยงาม

3. Break (ทำแตก, พัก)

V1 Let's break for lunch. พักทานอาหารกลางวันกันเถอะ
V2 He broke his promise. เขาผิดสัญญา
V3 My heart is broken. หัวใจของฉันแตกสลาย
V4 The waves are breaking on the shore. คลื่นกำลังซัดสาดบนชายฝั่ง
V5 Glass breaks easily. แก้วแตกง่าย

4. Bring (นำมา)

V1 Please bring your book. กรุณานำหนังสือของคุณมาด้วย
V2 She brought a cake to the party. เธอนำเค้กมาที่งานเลี้ยง
V3 This message was brought by a pigeon. ข้อความนี้ถูกนำมาโดยนกพิราบ
V4 The storm is bringing a lot of rain. พายุกำลังนำฝนตกหนักมาด้วย
V5 My dog brings me the newspaper. สุนัขของฉันนำหนังสือพิมพ์มาให้

5. Buy (ซื้อ)

V1 I need to buy some food. ฉันต้องไปซื้ออาหาร
V2 He bought a new car. เขาซื้อรถคันใหม่
V3 The tickets have been bought. ตั๋วถูกซื้อไปแล้ว
V4 She is buying some vegetables. เธอกำลังซื้อผัก
V5 My mom buys groceries every Sunday. แม่ของฉันซื้อของชำทุกวันอาทิตย์

6. Call (เรียก, โทรหา)

V1 I will call you later. ฉันจะโทรหาคุณทีหลัง
V2 She called me yesterday. เธอโทรหาฉันเมื่อวานนี้
V3 He has been called for an interview. เขาถูกเรียกไปสัมภาษณ์
V4 My boss is calling a meeting. เจ้านายของฉันกำลังเรียกประชุม
V5 She calls her parents every night. เธอโทรหาพ่อแม่ของเธอทุกคืน

7. Can (สามารถ)

V1 I can help you. ฉันสามารถช่วยคุณได้
V2 I could not hear him. ฉันไม่ได้ยินเขา
V3 (No V3 form) (ไม่มีรูป V3)
V4 (No V-ing form) (ไม่มีรูป V-ing)
V5 (No V-s form) (ไม่มีรูป V-s)

8. Change (เปลี่ยนแปลง)

V1 We must change our plan. เราต้องเปลี่ยนแผนของเรา
V2 The weather changed suddenly. อากาศเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน
V3 My address has been changed. ที่อยู่ของฉันถูกเปลี่ยนแปลงแล้ว
V4 The leaves are changing color. ใบไม้กำลังเปลี่ยนสี
V5 He never changes his routine. เขาไม่เคยเปลี่ยนกิจวัตรของเขาเลย

9. Come (มา)

V1 Please come in. เชิญเข้ามาข้างในเลย
V2 He came to my house for dinner. เขามาที่บ้านของฉันเพื่อทานอาหารเย็น
V3 The bus has not come yet. รถโดยสารยังไม่มา
V4 Help is coming. ความช่วยเหลือกำลังจะมาถึง
V5 The sun comes up in the morning. ดวงอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า

10. Cut (ตัด)

V1 Please cut the cake. กรุณาตัดเค้ก
V2 I cut my finger. ฉันทำมีดบาดนิ้ว
V3 The electricity has been cut off. ไฟฟ้าถูกตัด
V4 She is cutting the paper with scissors. เธอกำลังตัดกระดาษด้วยกรรไกร
V5 This knife cuts well. มีดเล่มนี้คมดี

คำกริยาหมวดอักษร D - F

11. Do (ทำ)

V1 You need to do your homework. คุณต้องทำการบ้านของคุณ
V2 He did a great job. เขาทำงานได้ดีมาก
V3 The work has been done. งานนั้นได้ถูกทำเสร็จแล้ว
V4 I am doing my best. ฉันกำลังทำให้ดีที่สุด
V5 She does yoga every morning. เธอเล่นโยคะทุกเช้า

12. Drink (ดื่ม)

V1 I want to drink some water. ฉันอยากดื่มน้ำ
V2 She drank all the milk. เธอได้ดื่มนมไปทั้งหมด
V3 Have you drunk enough water today? วันนี้คุณดื่มน้ำเพียงพอแล้วหรือยัง?
V4 He is drinking orange juice. เขากำลังดื่มน้ำส้ม
V5 My cat drinks a lot of water. แมวของฉันดื่มน้ำเยอะมาก

13. Drive (ขับรถ)

V1 He learned to drive last year. เขาเรียนขับรถเมื่อปีที่แล้ว
V2 She drove me to the station. เธอขับรถไปส่งฉันที่สถานี
V3 I have never driven a truck. ฉันไม่เคยขับรถบรรทุกมาก่อน
V4 My father is driving to work. พ่อของฉันกำลังขับรถไปทำงาน
V5 My brother drives very carefully. พี่ชายของฉันขับรถอย่างระมัดระวังมาก

14. Eat (กิน)

V1 It's time to eat lunch. ได้เวลาทานอาหารกลางวันแล้ว
V2 We ate pizza for dinner. เรากินพิซซ่าเป็นอาหารเย็น
V3 The apple has been eaten. แอปเปิ้ลถูกกินไปแล้ว
V4 The dog is eating its food. สุนัขกำลังกินอาหารของมัน
V5 She eats a healthy diet. เธอรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ

15. Feel (รู้สึก)

V1 I feel happy today. วันนี้ฉันรู้สึกมีความสุข
V2 He felt sick this morning. เขารู้สึกไม่สบายเมื่อเช้านี้
V3 I have never felt so welcome. ฉันไม่เคยรู้สึกได้รับการต้อนรับอย่างดีเท่านี้มาก่อน
V4 How are you feeling? คุณกำลังรู้สึกอย่างไร?
V5 This blanket feels warm. ผ้าห่มผืนนี้ให้ความรู้สึกอบอุ่น

16. Find (หา, พบ)

V1 I can't find my wallet. ฉันหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอ
V2 She found a beautiful shell on the beach. เธอพบเปลือกหอยที่สวยงามบนชายหาด
V3 The missing cat has been found. แมวที่หายไปถูกพบแล้ว
V4 He is finding the answer to the puzzle. เขากำลังหาคำตอบของปริศนา
V5 A good friend is hard to find. (idiom) เพื่อนที่ดีนั้นหายาก

17. Fly (บิน)

V1 Birds can fly. นกสามารถบินได้
V2 The plane flew over the mountains. เครื่องบินได้บินข้ามภูเขา
V3 I have never flown in a helicopter. ฉันไม่เคยนั่งเฮลิคอปเตอร์มาก่อน
V4 An eagle is flying in the sky. นกอินทีกำลังบินอยู่บนท้องฟ้า
V5 Time flies. เวลาผ่านไปเร็วเหมือนบิน

คำกริยาหมวดอักษร G - K

18. Get (ได้รับ, กลายเป็น, ไปถึง)

V1 I need to get some sleep. ฉันจำเป็นต้องนอนพัก
V2 She got an A on her test. เธอได้เกรด A ในการสอบ
V3 Have you gotten my email? คุณได้รับอีเมลของฉันแล้วหรือยัง?
V4 It is getting dark outside. ข้างนอกเริ่มมืดแล้ว
V5 He gets up early every morning. เขาตื่นนอนแต่เช้าทุกวัน

19. Give (ให้)

V1 Can you give me a pen? คุณช่วยส่งปากกาให้ฉันหน่อยได้ไหม?
V2 He gave her a beautiful gift. เขาให้ของขวัญที่สวยงามแก่เธอ
V3 The answers have been given to the students. คำตอบได้ถูกมอบให้กับนักเรียนแล้ว
V4 She is giving a presentation. เธอกำลังนำเสนอผลงาน
V5 The sun gives us light. ดวงอาทิตย์ให้แสงสว่างแก่เรา

20. Go (ไป)

V1 Let's go to the park. ไปสวนสาธารณะกันเถอะ
V2 They went home early. พวกเขากลับบ้านเร็ว
V3 He has gone on vacation. เขาไปเที่ยวพักผ่อนแล้ว
V4 Where are you going? คุณกำลังจะไปไหน?
V5 She goes to school by bus. เธอไปโรงเรียนโดยรถโดยสาร

21. Have (มี)

V1 I have a question. ฉันมีคำถาม
V2 She had a great time. เธอมีช่วงเวลาที่ดี
V3 We have had enough. เรามีพอแล้ว (เราทนไม่ไหวแล้ว)
V4 They are having dinner. พวกเขากำลังทานอาหารเย็น
V5 He has two sisters. เขามีพี่สาว/น้องสาวสองคน

22. Hear (ได้ยิน)

V1 Did you hear that noise? คุณได้ยินเสียงนั้นไหม?
V2 I heard the good news. ฉันได้ยินข่าวดีนั้นแล้ว
V3 Her voice has been heard around the world. เสียงของเธอเป็นที่ได้ยินไปทั่วโลก
V4 I keep hearing my name. ฉันได้ยินชื่อตัวเองตลอดเวลา
V5 He never hears his alarm clock. เขาไม่เคยได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกเลย

23. Help (ช่วยเหลือ)

V1 Let me help you. ให้ฉันช่วยคุณนะ
V2 He helped me with my homework. เขาช่วยฉันทำการบ้าน
V3 The community has been helped by volunteers. ชุมชนได้รับความช่วยเหลือจากอาสาสมัคร
V4 Thank you for helping. ขอบคุณที่ช่วยเหลือ
V5 A good friend always helps. เพื่อนที่ดีจะช่วยเหลือเสมอ

24. Keep (เก็บ, รักษา, ทำต่อไป)

V1 You can keep the book. คุณเก็บหนังสือเล่มนั้นไว้ได้เลย
V2 She kept her room clean. เธอรักษาห้องของเธอให้สะอาด
V3 The food has been kept fresh. อาหารได้ถูกเก็บรักษาให้สดใหม่
V4 He is keeping a secret. เขากำลังเก็บความลับ
V5 She keeps her promises. เธอรักษาสัญญาของเธอ

25. Know (รู้, รู้จัก)

V1 I know the answer. ฉันรู้คำตอบ
V2 She knew him from school. เธอรู้จักเขาจากที่โรงเรียน
V3 He is known as a great artist. เขาเป็นที่รู้จักในฐานะศิลปินผู้ยิ่งใหญ่
V4 Knowing is half the battle. การได้รู้ถือว่าชนะไปแล้วครึ่งหนึ่ง
V5 My teacher knows everything. คุณครูของฉันรู้ทุกอย่าง

คำกริยาหมวดอักษร L - M

26. Learn (เรียนรู้)

V1 We learn something new every day. เราเรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน
V2 He learned / learnt to play the guitar. เขาเรียนเล่นเปียโน
V3 The lesson has been learned / learnt. บทเรียนนั้นได้ถูกเรียนรู้แล้ว
V4 She is learning to drive. เธอกำลังเรียนขับรถ
V5 A smart person learns from mistakes. คนฉลาดเรียนรู้จากความผิดพลาด

27. Leave (จากไป, ทิ้งไว้)

V1 It's time to leave. ได้เวลาไปแล้ว
V2 He left his keys on the table. เขาทิ้งกุญแจไว้บนโต๊ะ
V3 She has already left for work. เธอออกจากบ้านไปทำงานแล้ว
V4 The train is leaving now. รถไฟกำลังจะออกแล้วตอนนี้
V5 The bus leaves at 8 AM. รถโดยสารออกเวลา 8 โมงเช้า

28. Like (ชอบ)

V1 I like ice cream. ฉันชอบไอศกรีม
V2 She liked the movie we watched. เธอชอบหนังที่เราดูกัน
V3 He is well-liked by his colleagues. เขาเป็นที่ชื่นชอบของเพื่อนร่วมงาน
V4 I am liking this new song. ฉันกำลังชอบเพลงใหม่นี้
V5 My cat likes to sleep in the sun. แมวของฉันชอบนอนกลางแดด

29. Look (มอง, ดู)

V1 Look at the stars. ดูดาวเหล่านั้นสิ
V2 He looked happy. เขาดูมีความสุข
V3 I have looked everywhere for my keys. ฉันมองหากุญแจของฉันทุกที่แล้ว
V4 She is looking for a new job. เธอกำลังมองหางานใหม่
V5 He looks like his father. เขาดูเหมือนพ่อของเขา

30. Make (ทำ, สร้าง)

V1 Let's make a sandwich. มาทำแซนด์วิชกันเถอะ
V2 She made a beautiful drawing. เธอวาดภาพที่สวยงาม
V3 The decision has been made. การตัดสินใจได้เกิดขึ้นแล้ว
V4 He is making a new friend. เขากำลังผูกมิตรกับเพื่อนใหม่
V5 This machine makes coffee. เครื่องนี้ทำกาแฟ

31. Meet (พบ)

V1 Nice to meet you. ยินดีที่ได้รู้จัก
V2 I met him last year. ฉันเจอเขาเมื่อปีที่แล้ว
V3 Have you met my brother? คุณเคยเจอพี่ชายของฉันไหม?
V4 They are meeting for the first time. พวกเขากำลังพบกันเป็นครั้งแรก
V5 The team meets every week. ทีมประชุมกันทุกสัปดาห์

คำกริยาหมวดอักษร P - R

32. Pay (จ่าย)

V1 I need to pay the bills. ฉันต้องจ่ายบิล
V2 He paid for my ticket. เขาจ่ายค่าตั๋วให้ฉัน
V3 The full amount has been paid. ยอดเต็มจำนวนได้ถูกชำระแล้ว
V4 She is paying with her credit card. เธอกำลังจ่ายด้วยบัตรเครดิต
V5 Hard work pays off. การทำงานหนักให้ผลตอบแทนที่ดีเสมอ

33. Play (เล่น)

V1 Let's play a game. มาเล่นเกมกันเถอะ
V2 We played outside all day. เราเล่นข้างนอกกันทั้งวัน
V3 This song has been played a million times. เพลงนี้ถูกเปิดมาแล้วนับล้านครั้ง
V4 The cat is playing with a toy. แมวกำลังเล่นกับของเล่น
V5 My brother plays the guitar. พี่ชายของฉันเล่นกีตาร์

34. Put (วาง)

V1 Please put it on the table. กรุณาวางมันไว้บนโต๊ะ
V2 She put the book back on the shelf. เธอวางหนังสือกลับบนชั้น
V3 The fire has been put out. ไฟได้ถูกดับแล้ว
V4 He is putting on his shoes. เขากำลังสวมรองเท้า
V5 She always puts others first. เธอให้ความสำคัญกับผู้อื่นก่อนเสมอ

35. Read (อ่าน)

V1 I like to read before bed. ฉันชอบอ่านหนังสือก่อนนอน
V2 He read (เรด) the whole story. เขาอ่านเรื่องราวทั้งหมด
V3 This book is widely read (เรด). หนังสือเล่มนี้เป็นที่อ่านกันอย่างกว้างขวาง
V4 She is reading a newspaper. เธอกำลังอ่านหนังสือพิมพ์
V5 My dad reads the news every morning. พ่อของฉันอ่านข่าวทุกเช้า

36. Run (วิ่ง)

V1 I can run fast. ฉันสามารถวิ่งได้เร็ว
V2 She ran a marathon. เธอวิ่งมาราธอน
V3 I have run out of coffee. ฉันไม่มีกาแฟเหลือแล้ว
V4 The children are running in the yard. เด็ก ๆ กำลังวิ่งอยู่ในสนามหญ้า
V5 This river runs to the sea. แม่น้ำสายนี้ไหลลงสู่ทะเล

คำกริยาหมวดอักษร S

37. Say (พูด)

V1 What did he say? เขาพูดว่าอะไรนะ?
V2 She said hello to me. เธอกล่าวทักทายฉัน
V3 Enough has been said. มีการพูดไปมากพอแล้ว
V4 He is saying something important. เขากำลังพูดสิ่งที่สำคัญ
V5 A wise person says little. คนฉลาดจะพูดน้อย

38. See (เห็น)

V1 I can see you. ฉันเห็นคุณ
V2 We saw a great movie last night. เราดูหนังที่ดีเรื่องหนึ่งเมื่อคืนนี้
V3 Have you seen my keys? คุณเห็นกุญแจของฉันไหม?
V4 She is seeing her friends this weekend. สุดสัปดาห์นี้เธอจะไปเจอเพื่อน ๆ
V5 He sees a doctor regularly. เขาไปพบแพทย์เป็นประจำ

39. Sell (ขาย)

V1 I want to sell my old car. ฉันต้องการขายรถคันเก่าของฉัน
V2 He sold his house last year. เขาขายบ้านของเขาไปเมื่อปีที่แล้ว
V3 The last ticket has been sold. ตั๋วใบสุดท้ายถูกขายไปแล้ว
V4 They are selling cookies for charity. พวกเขากำลังขายคุกกี้เพื่อการกุศล
V5 This store sells everything. ร้านนี้ขายทุกอย่าง

40. Send (ส่ง)

V1 I will send you an email. ฉันจะส่งอีเมลหาคุณ
V2 She sent a gift to her friend. เธอส่งของขวัญไปให้เพื่อนของเธอ
V3 The message has been sent. ข้อความได้ถูกส่งไปแล้ว
V4 He is sending a package. เขากำลังส่งพัสดุ
V5 My grandma sends me a letter every month. คุณย่าของฉันส่งจดหมายหาฉันทุกเดือน

41. Sit (นั่ง)

V1 Please sit here. กรุณานั่งตรงนี้
V2 He sat on the chair. เขานั่งบนเก้าอี้
V3 She has sat by the phone all day. เธอนั่งรอโทรศัพท์ทั้งวัน
V4 The dog is sitting patiently. สุนัขกำลังนั่งรออย่างอดทน
V5 He always sits in the same spot. เขานั่งที่เดิมเสมอ

42. Sleep (นอน)

V1 It's time to sleep. ได้เวลานอนแล้ว
V2 I slept for eight hours. ฉันนอนไปแปดชั่วโมง
V3 He has not slept at all. เขายังไม่ได้นอนเลย
V4 The baby is sleeping peacefully. ทารกกำลังนอนหลับอย่างสงบ
V5 My cat sleeps in a box. แมวของฉันนอนในกล่อง

43. Speak (พูด)

V1 You should speak clearly. คุณควรจะพูดให้ชัดเจน
V2 She spoke to the manager. เธอได้คุยกับผู้จัดการ
V3 His words have been spoken. คำพูดของเขาได้ถูกกล่าวออกไปแล้ว
V4 He is speaking on the phone. เขากำลังคุยโทรศัพท์
V5 My sister speaks Japanese. น้องสาวของฉันพูดภาษาญี่ปุ่น

คำกริยาหมวดอักษร T - W

44. Take (เอาไป, พาไป, ใช้เวลา)

V1 Please take this book with you. กรุณาเอาหนังสือเล่มนี้ไปด้วย
V2 She took her children to the park. เธอพาลูก ๆ ของเธอไปที่สวนสาธารณะ
V3 The photo was taken last year. รูปนี้ถูกถ่ายเมื่อปีที่แล้ว
V4 He is taking a break. เขากำลังพักผ่อน
V5 It takes time to heal. มันต้องใช้เวลาในการเยียวยา

45. Talk (คุย)

V1 We need to talk. เราต้องคุยกัน
V2 I talked with her for an hour. ฉันคุยกับเธอเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง
V3 We have talked about this before. เราเคยคุยเรื่องนี้กันมาก่อน
V4 They are talking about their plans. พวกเขากำลังคุยเรื่องแผนการของพวกเขา
V5 My brother talks a lot. น้องชายของฉันพูดมาก

46. Teach (สอน)

V1 I can teach you. ฉันสอนคุณได้
V2 He taught me how to play chess. เขาสอนฉันเล่นหมากรุก
V3 This lesson was taught by our professor. บทเรียนนี้สอนโดยศาสตราจารย์ของเรา
V4 She is teaching a new class. เธอกำลังสอนชั้นเรียนใหม่
V5 A good book teaches us a lot. หนังสือที่ดีสอนอะไรเรามากมาย

47. Tell (บอก)

V1 Can you tell me a story? คุณช่วยเล่านิทานให้ฉันฟังได้ไหม?
V2 She told me the truth. เธอบอกความจริงกับฉัน
V3 I have been told to wait. ฉันถูกบอกให้รอ
V4 He is telling a joke. เขากำลังเล่าเรื่องตลก
V5 He never tells a lie. เขาไม่เคยโกหก

48. Think (คิด)

V1 I think it's a great idea. ฉันคิดว่ามันเป็นความคิดที่ดี
V2 I thought about you yesterday. ฉันคิดถึงคุณเมื่อวานนี้
V3 The plan has been well thought out. แผนการได้ถูกคิดมาเป็นอย่างดี
V4 She is thinking about her future. เธอกำลังคิดเกี่ยวกับอนาคตของเธอ
V5 He always thinks before he acts. เขาคิดก่อนทำเสมอ

49. Understand (เข้าใจ)

V1 I don't understand. ฉันไม่เข้าใจ
V2 He finally understood the lesson. ในที่สุดเขาก็เข้าใจบทเรียน
V3 Is that understood? เป็นที่เข้าใจแล้วใช่ไหม?
V4 She is understanding the problem better. เธอกำลังเข้าใจปัญหาดีขึ้น
V5 A good friend understands you. เพื่อนที่ดีจะเข้าใจคุณ

50. Use (ใช้)

V1 May I use your phone? ฉันขอใช้โทรศัพท์ของคุณได้ไหม?
V2 He used to live here. เขาเคยอาศัยอยู่ที่นี่
V3 This machine has been used a lot. เครื่องจักรนี้ถูกใช้งานมามากแล้ว
V4 She is using a computer. เธอกำลังใช้คอมพิวเตอร์
V5 A carpenter uses a hammer. ช่างไม้ใช้ค้อน

51. Wait (รอ)

V1 Please wait here. กรุณารอตรงนี้
V2 She waited for him for an hour. เธอรอเขาเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง
V3 We have waited long enough. เรารอมานานพอแล้ว
V4 I am waiting for the bus. ฉันกำลังรอรถโดยสาร
V5 The dog waits for its owner. สุนัขรอเจ้าของของมัน

52. Walk (เดิน)

V1 I walk to school every day. ฉันเดินไปโรงเรียนทุกวัน
V2 They walked along the river. พวกเขาเดินไปตามแม่น้ำ
V3 He has walked for miles. เขาได้เดินมาหลายไมล์แล้ว
V4 She is walking her dog. เธอกำลังพาสุนัขไปเดินเล่น
V5 My grandfather walks with a cane. คุณปู่ของฉันเดินโดยใช้ไม้เท้า

53. Want (ต้องการ)

V1 I want to help. ฉันต้องการที่จะช่วย
V2 She wanted a new bike for her birthday. เธออยากได้จักรยานคันใหม่สำหรับวันเกิด
V3 He is a wanted man. เขาเป็นบุคคลที่ตำรวจต้องการตัว
V4 The children are wanting ice cream. (ใช้น้อย) เด็ก ๆ กำลังอยากกินไอศกรีม
V5 Everyone wants to be happy. ทุกคนต้องการที่จะมีความสุข

54. Wear (สวมใส่)

V1 You should wear a coat. คุณควรสวมเสื้อโค้ท
V2 He wore a blue shirt yesterday. เขาใส่เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเมื่อวานนี้
V3 This dress has never been worn. ชุดนี้ไม่เคยถูกใส่มาก่อนเลย
V4 She is wearing a beautiful necklace. เธอกำลังสวมสร้อยคอที่สวยงาม
V5 He always wears a hat. เขาสวมหมวกเสมอ

55. Win (ชนะ)

V1 I want to win this game. ฉันต้องการชนะเกมนี้
V2 She won the lottery. เธอถูกลอตเตอรี่
V3 The prize has been won. รางวัลมีผู้ชนะไปแล้ว
V4 Our team is winning! ทีมของเรากำลังจะชนะ!
V5 Hard work always wins. การทำงานหนักจะชนะเสมอ

56. Work (ทำงาน)

V1 I have to work late. ฉันต้องทำงานดึก
V2 He worked hard to achieve his goal. เขาทำงานอย่างหนักเพื่อบรรลุเป้าหมาย
V3 The machine has worked perfectly. เครื่องจักรทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ
V4 She is working from home. เธอกำลังทำงานจากที่บ้าน
V5 My dad works in a factory. พ่อของฉันทำงานในโรงงาน

57. Write (เขียน)

V1 Please write your name. กรุณาเขียนชื่อของคุณ
V2 She wrote a letter to her friend. เธอเขียนจดหมายถึงเพื่อนของเธอ
V3 This book was written a long time ago. หนังสือเล่มนี้ถูกเขียนเมื่อนานมาแล้ว
V4 I am writing a story. ฉันกำลังเขียนเรื่องราว
V5 An author writes books. นักเขียนจะเขียนหนังสือ

วิธีใช้คลังคำศัพท์นี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การมีรายการคำศัพท์และตัวอย่างมากมายเป็นเพียงจุดเริ่มต้นครับ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษอย่างแท้จริง ผมแนะนำให้นักเรียนใช้คลังข้อมูลนี้ในเชิงรุก ดังนี้ครับ

  • อ่านและทำความเข้าใจ: อ่านตัวอย่างประโยคของแต่ละ Form แล้วสังเกตว่าความหมายและโครงสร้างเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรเมื่ออยู่ใน Tense หรือบริบทที่ต่างกัน
  • ฝึกสร้างประโยคของตนเอง: เลือกคำกริยาที่สนใจ แล้วลองสร้างประโยคใหม่ทั้ง 5 รูปแบบโดยใช้เรื่องราวของตนเอง การลงมือทำเองจะช่วยให้จดจำได้แม่นยำกว่าการอ่านเพียงอย่างเดียว
  • ใช้เป็นแหล่งอ้างอิง: เมื่อไม่แน่ใจว่าต้องใช้ Verb Form ไหนในการเขียนเรียงความ ทำการบ้าน หรืออีเมล สามารถกลับมาเปิดหน้านี้เพื่อตรวจสอบความถูกต้องได้เสมอ

 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: จำเป็นต้องท่องจำกริยาทั้งหมดนี้เลยหรือไม่?
ตอบ: ไม่จำเป็นต้องท่องทั้งหมดในครั้งเดียวครับ รายการนี้คือกลุ่มคำที่สำคัญที่สุด ผมแนะนำให้เริ่มจากคำที่คุ้นเคยก่อน แล้วค่อย ๆ เรียนรู้คำใหม่ ๆ การนำไปใช้จริงจะช่วยให้จำได้ดีที่สุดครับ
ถาม: ทำไมบางคำกริยาถึงมีรูป V2 และ V3 เหมือนกัน แต่บางคำก็ต่างกัน?
ตอบ: นั่นเป็นเพราะความแตกต่างระหว่าง Regular Verbs (กริยาปกติ) และ Irregular Verbs (กริยาอปกติ) ครับ กริยาปกติ เช่น 'play' จะมีรูป V2 และ V3 เหมือนกันโดยการเติม -ed (played) ในขณะที่กริยาอปกติ เช่น 'go' จะเปลี่ยนรูปไปเลย (went, gone) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องอาศัยการจดจำและใช้งานบ่อย ๆ ครับ
ถาม: ฉันจะฝึกใช้ Verb Forms เหล่านี้ได้อย่างไร?
ตอบ: นอกจากการสร้างประโยคของตนเองแล้ว การอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ ฟังเพลง ดูภาพยนตร์ หรือหาแบบฝึกหัดออนไลน์เกี่ยวกับ Tenses และ Verb Forms มาทำ จะเป็นวิธีที่ดีเยี่ยมในการฝึกฝนและเห็นตัวอย่างการใช้งานในบริบทที่หลากหลายครับ ยิ่งเราเจอและใช้บ่อยเท่าไหร่ ก็จะยิ่งคล่องแคล่วมากขึ้นเท่านั้น
ชอบเนื้อหาชุดนี้ กดให้คะแนน 5 ดาวกับเราได้เลยจ้า