30 คำกริยาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการเริ่มต้นเรียนรู้ Verb Forms
30 คำกริยา 5 ช่อง (A-Z) ชุดเครื่องมือเริ่มต้นสำหรับนักเรียนภาษาอังกฤษ

หากภาษาอังกฤษคือบ้านหลังใหญ่ คำกริยาก็เปรียบเสมือนอิฐก้อนแรก ๆ ที่ใช้สร้างรากฐานที่แข็งแรงครับ ก่อนที่เราจะเรียนรู้คำศัพท์ที่ซับซ้อนมากมาย การทำความเข้าใจและใช้งานคำกริยาพื้นฐานที่ใช้บ่อยที่สุดให้ได้อย่างคล่องแคล่ว คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการสื่อสาร

ในบทความนี้ ผมได้คัดเลือก 30 คำกริยาที่จำเป็นและทรงพลังที่สุดมาเป็น "ชุดเครื่องมือเริ่มต้น" ให้นักเรียนทุกคนครับ แต่ละคำล้วนเป็นคำที่นักเรียนจะได้เจอในทุก ๆ การสนทนา การอ่าน และการเขียน การเชี่ยวชาญคำศัพท์ชุดนี้จะทำให้นักเรียนสามารถสร้างประโยคพื้นฐานและสื่อสารได้อย่างมั่นใจมากขึ้นในทันทีครับ

คำกริยาพื้นฐาน (เรียงตาม A-Z)

1. Be (เป็น, อยู่, คือ)

V1 You can be anything you want to be. คุณสามารถเป็นอะไรก็ได้ที่คุณอยากจะเป็น
V2 I was at home yesterday. ฉันอยู่ที่บ้านเมื่อวานนี้
V3 She has been a good friend. เธอเป็นเพื่อนที่ดีเสมอมา
V4 He is being funny. เขากำลังทำตัวตลก
V5 The sky is clear. ท้องฟ้าแจ่มใส

2. Can (สามารถ)

V1 I can do it. ฉันสามารถทำมันได้
V2 She could swim when she was five. เธอสามารถว่ายน้ำได้ตอนอายุห้าขวบ
V3 (No V3 form) (ไม่มีรูป V3)
V4 (No V-ing form) (ไม่มีรูป V-ing)
V5 (No V-s form) (ไม่มีรูป V-s)

3. Come (มา)

V1 Please come here. กรุณามาที่นี่
V2 He came to see me. เขามาหาฉัน
V3 The time has come. เวลาได้มาถึงแล้ว
V4 The bus is coming. รถโดยสารกำลังมา
V5 My friend comes to my house often. เพื่อนของฉันมาบ้านฉันบ่อย ๆ

4. Do (ทำ)

V1 Let's do it together. มาทำมันด้วยกันเถอะ
V2 I did my homework. ฉันทำการบ้านของฉันแล้ว
V3 The work has been done. งานนั้นได้ถูกทำเสร็จแล้ว
V4 What are you doing? คุณกำลังทำอะไรอยู่?
V5 She does her best every time. เธอทำดีที่สุดทุกครั้ง

5. Drive (ขับรถ)

V1 I will drive you home. ฉันจะขับรถไปส่งคุณที่บ้าน
V2 He drove all night. เขาขับรถตลอดทั้งคืน
V3 Have you ever driven a big truck? คุณเคยขับรถบรรทุกคันใหญ่ไหม?
V4 She is driving to the supermarket. เธอกำลังขับรถไปซูเปอร์มาร์เก็ต
V5 My dad drives a taxi. พ่อของฉันขับรถแท็กซี่

6. Eat (กิน)

V1 I want to eat something. ฉันอยากกินอะไรสักอย่าง
V2 We ate a lot of food. เรากินอาหารไปเยอะมาก
V3 The sandwich has been eaten. แซนด์วิชถูกกินไปแล้ว
V4 The dog is eating. สุนัขกำลังกินอาหาร
V5 He eats vegetables every day. เขากินผักทุกวัน

7. Feel (รู้สึก)

V1 I feel great! ฉันรู้สึกเยี่ยมมาก!
V2 She felt sad after the movie. เธอรู้สึกเศร้าหลังจากดูหนังจบ
V3 I have never felt so happy. ฉันไม่เคยรู้สึกมีความสุขเท่านี้มาก่อน
V4 He is feeling much better now. ตอนนี้เขารู้สึกดีขึ้นมากแล้ว
V5 This shirt s soft. เสื้อเชิ้ตตัวนี้ให้ความรู้สึกนุ่ม

8. Find (หา, พบ)

V1 I can't find it. ฉันหามันไม่เจอ
V2 He found his lost wallet. เขาพบกระเป๋าสตางค์ที่หายไป
V3 The answer has been found. คำตอบถูกค้นพบแล้ว
V4 She is finding her way. เธอกำลังหาทางของเธอ
V5 He always finds a solution. เขาหาทางแก้ไขได้เสมอ

9. Get (ได้รับ, กลายเป็น, ไปถึง)

V1 I need to get some milk. ฉันต้องไปซื้อนม
V2 She got a letter. เธอได้รับจดหมาย
V3 Have you gotten my email? คุณได้รับอีเมลของฉันแล้วหรือยัง?
V4 It is getting late. มันเริ่มจะดึกแล้ว
V5 He gets good grades. เขาได้เกรดดี

10. Give (ให้)

V1 Please give it to me. กรุณาส่งมันมาให้ฉัน
V2 He gave me a gift. เขาให้ของขวัญฉัน
V3 She has given me her word. เธอได้ให้คำมั่นสัญญากับฉันแล้ว
V4 The sun is giving us warmth. ดวงอาทิตย์กำลังให้ความอบอุ่นแก่เรา
V5 My teacher gives a lot of homework. คุณครูของฉันให้การบ้านเยอะมาก

11. Go (ไป)

V1 We must go now. เราต้องไปแล้วตอนนี้
V2 She went to the market. เธอไปตลาด
V3 He has gone home. เขากลับบ้านไปแล้ว
V4 They are going on a trip. พวกเขากำลังจะไปเที่ยว
V5 The bus goes downtown. รถโดยสารคันนี้ไปในเมือง

12. Have (มี)

V1 I have a car. ฉันมีรถยนต์
V2 He had a big house. เขาเคยมีบ้านหลังใหญ่
V3 We have had a good time. เรามีช่วงเวลาที่ดี
V4 She is having a party. เธอกำลังจัดงานเลี้ยง
V5 He has a dog. เขามีสุนัขหนึ่งตัว

13. Help (ช่วยเหลือ)

V1 Can I help you? มีอะไรให้ฉันช่วยไหม?
V2 She helped me a lot. เธอช่วยฉันไว้มาก
V3 They have been helped. พวกเขาได้รับความช่วยเหลือแล้ว
V4 He is helping his dad. เขากำลังช่วยพ่อของเขา
V5 Music helps me relax. ดนตรีช่วยให้ฉันผ่อนคลาย

14. Know (รู้, รู้จัก)

V1 I know the answer. ฉันรู้คำตอบ
V2 I knew it! ฉันว่าแล้ว! (ฉันรู้แต่แรกแล้ว)
V3 This is a well-known fact. นี่เป็นความจริงที่เป็นที่รู้จักกันดี
V4 Knowing the rules is important. การรู้กฎเป็นสิ่งสำคัญ
V5 She knows what to do. เธอรู้ว่าต้องทำอะไร

15. Learn (เรียนรู้)

V1 I want to learn. ฉันต้องการที่จะเรียนรู้
V2 He learned / learnt a new word. เขาเรียนรู้คำศัพท์ใหม่
V3 The lesson has been learned / learnt. บทเรียนนั้นได้ถูกเรียนรู้แล้ว
V4 We are learning every day. เรากำลังเรียนรู้ทุกวัน
V5 A child learns quickly. เด็กเรียนรู้ได้เร็ว

16. Like (ชอบ)

V1 I like dogs. ฉันชอบสุนัข
V2 She liked the food. เธอชอบอาหารนั้น
V3 He has always been well-liked. เขาเป็นที่ชื่นชอบเสมอมา
V4 I am liking this new game. ฉันกำลังชอบเกมใหม่นี้
V5 Everyone likes a holiday. ทุกคนชอบวันหยุด

17. Look (มอง, ดู)

V1 Look! It's a rainbow. ดูนั่นสิ! รุ้งกินน้ำ
V2 He looked at the map. เขามองไปที่แผนที่
V3 I have looked everywhere. ฉันมองหาทุกที่แล้ว
V4 She is looking at you. เธอกำลังมองมาที่คุณ
V5 It looks like rain. ดูเหมือนฝนจะตกนะ

18. Make (ทำ, สร้าง)

V1 Let's make a plan. มาวางแผนกันเถอะ
V2 She made a cake. เธอทำเค้ก
V3 This is made in Thailand. นี่คือสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย
V4 He is making a sculpture. เขากำลังปั้นรูปปั้น
V5 My mom makes the best soup. แม่ของฉันทำซุปอร่อยที่สุด

19. Play (เล่น)

V1 Let's play football. ไปเล่นฟุตบอลกันเถอะ
V2 We played cards. เราเล่นไพ่กัน
V3 The game has been played. เกมได้แข่งขันไปแล้ว
V4 The kids are playing. เด็ก ๆ กำลังเล่นกันอยู่
V5 My brother plays the drums. พี่ชายของฉันเล่นกลอง

20. Put (วาง)

V1 Put it there. วางมันไว้ตรงนั้น
V2 He put the keys on the table. เขาวางกุญแจไว้บนโต๊ะ
V3 The fire has been put out. ไฟได้ถูกดับแล้ว
V4 She is putting the books away. เธอกำลังเก็บหนังสือเข้าที่
V5 He always puts salt in his coffee. เขาใส่เกลือในกาแฟของเขาเสมอ

21. Read (อ่าน)

V1 I need to read this book. ฉันต้องอ่านหนังสือเล่มนี้
V2 She read (เรด) the letter. เธออ่านจดหมายฉบับนั้น
V3 This book is meant to be read (เรด). หนังสือเล่มนี้มีไว้เพื่อให้อ่าน
V4 He is reading a comic. เขากำลังอ่านการ์ตูน
V5 My sister reads very fast. น้องสาวของฉันอ่านหนังสือเร็วมาก

22. Run (วิ่ง)

V1 I can run a long distance. ฉันสามารถวิ่งได้ระยะไกล
V2 He ran to the store. เขาวิ่งไปที่ร้านค้า
V3 She has run five marathons. เธอได้วิ่งมาราธอนมาแล้วห้ารายการ
V4 The water is running. น้ำกำลังไหล
V5 A computer program runs on code. โปรแกรมคอมพิวเตอร์ทำงานด้วยโค้ด

23. Say (พูด)

V1 Please say your name. กรุณาบอกชื่อของคุณ
V2 She said she was sorry. เธอบอกว่าเธอเสียใจ
V3 It is often said that he is a genius. มีคนพูดกันบ่อย ๆ ว่าเขาเป็นอัจฉริยะ
V4 He is saying nothing. เขาไม่ได้พูดอะไรเลย
V5 The clock says it is 3 o'clock. นาฬิกาบอกว่าเป็นเวลา 3 นาฬิกา

24. See (เห็น)

V1 I can see the mountain. ฉันมองเห็นภูเขา
V2 I saw a bird. ฉันเห็นนกตัวหนึ่ง
V3 Have you seen this movie? คุณเคยดูหนังเรื่องนี้ไหม?
V4 I am seeing a doctor. ฉันกำลังจะไปพบแพทย์
V5 He s the world differently. เขามองโลกแตกต่างออกไป

25. Speak (พูด)

V1 You should speak up. คุณควรจะพูดให้ดังขึ้น
V2 He spoke to me. เขาคุยกับฉัน
V3 The truth has been spoken. ความจริงได้ถูกพูดออกมาแล้ว
V4 She is speaking to her boss. เธอกำลังคุยกับเจ้านายของเธอ
V5 He speaks very clearly. เขาพูดได้ชัดเจนมาก

26. Take (เอาไป, พาไป, ใช้เวลา)

V1 Don't forget to take your medicine. อย่าลืมทานยาของคุณ
V2 She took the bus. เธอนั่งรถโดยสารไป
V3 The photo was taken here. รูปนี้ถูกถ่ายที่นี่
V4 He is taking a test. เขากำลังทำข้อสอบ
V5 It takes a long time. มันใช้เวลานาน

27. Tell (บอก)

V1 Please tell me more. กรุณาบอกฉันเพิ่มเติม
V2 He told a good story. เขาเล่าเรื่องได้ดี
V3 You have been told many times. คุณถูกบอกมาหลายครั้งแล้ว
V4 She is telling the truth. เธอกำลังพูดความจริง
V5 A good friend never tells your secrets. เพื่อนที่ดีจะไม่บอกความลับของคุณ

28. Think (คิด)

V1 I think you are right. ฉันคิดว่าคุณพูดถูก
V2 I thought about it. ฉันได้คิดเกี่ยวกับมันแล้ว
V3 The idea was well thought out. ความคิดนั้นได้ถูกไตร่ตรองมาเป็นอย่างดี
V4 He is thinking about the future. เขากำลังคิดเกี่ยวกับอนาคต
V5 She thinks very fast. เธอคิดได้เร็วมาก

29. Use (ใช้)

V1 Can I use this? ฉันขอใช้อันนี้ได้ไหม?
V2 He used all the sugar. เขาใช้น้ำตาลไปทั้งหมด
V3 This machine is not often used. เครื่องจักรนี้ไม่ค่อยได้ถูกใช้งาน
V4 She is using a new phone. เธอกำลังใช้โทรศัพท์เครื่องใหม่
V5 A smart person uses their time wisely. คนฉลาดจะใช้เวลาอย่างมีประโยชน์

30. Want (ต้องการ)

V1 I want some water. ฉันต้องการน้ำ
V2 She wanted to leave. เธออยากจะไป
V3 He is a wanted criminal. เขาเป็นอาชญากรที่ตำรวจต้องการตัว
V4 The child is wanting attention. (ใช้น้อย) เด็กคนนั้นกำลังต้องการความสนใจ
V5 Everyone wants happiness. ทุกคนต้องการความสุข

31. Work (ทำงาน)

V1 I need to work now. ฉันต้องทำงานแล้วตอนนี้
V2 She worked very hard. เธอทำงานอย่างหนักมาก
V3 The plan has worked perfectly. แผนการได้ผลอย่างสมบูรณ์แบบ
V4 He is working on his car. เขากำลังซ่อมรถของเขาอยู่
V5 This clock works well. นาฬิกาเรือนนี้เดินได้ดี

32. Write (เขียน)

V1 I will write to you. ฉันจะเขียนจดหมายหาคุณ
V2 He wrote a famous book. เขาเขียนหนังสือที่มีชื่อเสียง
V3 The letter was written in pen. จดหมายฉบับนั้นถูกเขียนด้วยปากกา
V4 She is writing an essay. เธอกำลังเขียนเรียงความ
V5 My dad writes a blog. พ่อของฉันเขียนบล็อก

วิธีใช้คลังคำศัพท์นี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การมีรายการคำศัพท์และตัวอย่างมากมายเป็นเพียงจุดเริ่มต้นครับ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษอย่างแท้จริง ผมแนะนำให้นักเรียนใช้คลังข้อมูลนี้ในเชิงรุก ดังนี้ครับ

  • อ่านและทำความเข้าใจ: อ่านตัวอย่างประโยคของแต่ละ Form แล้วสังเกตว่าความหมายและโครงสร้างเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรเมื่ออยู่ใน Tense หรือบริบทที่ต่างกัน
  • ฝึกสร้างประโยคของตนเอง: เลือกคำกริยาที่สนใจ แล้วลองสร้างประโยคใหม่ทั้ง 5 รูปแบบโดยใช้เรื่องราวของตนเอง การลงมือทำเองจะช่วยให้จดจำได้แม่นยำกว่าการอ่านเพียงอย่างเดียว
  • ใช้เป็นแหล่งอ้างอิง: เมื่อไม่แน่ใจว่าต้องใช้ Verb Form ไหนในการเขียนเรียงความ ทำการบ้าน หรืออีเมล สามารถกลับมาเปิดหน้านี้เพื่อตรวจสอบความถูกต้องได้เสมอ

 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: จำเป็นต้องท่องจำกริยาทั้งหมดนี้เลยหรือไม่?
ตอบ: ไม่จำเป็นต้องท่องทั้งหมดในครั้งเดียวครับ รายการนี้คือกลุ่มคำที่สำคัญที่สุด ผมแนะนำให้เริ่มจากคำที่คุ้นเคยก่อน แล้วค่อย ๆ เรียนรู้คำใหม่ ๆ การนำไปใช้จริงจะช่วยให้จำได้ดีที่สุดครับ
ถาม: ทำไมบางคำกริยาถึงมีรูป V2 และ V3 เหมือนกัน แต่บางคำก็ต่างกัน?
ตอบ: นั่นเป็นเพราะความแตกต่างระหว่าง Regular Verbs (กริยาปกติ) และ Irregular Verbs (กริยาอปกติ) ครับ กริยาปกติ เช่น 'play' จะมีรูป V2 และ V3 เหมือนกันโดยการเติม -ed (played) ในขณะที่กริยาอปกติ เช่น 'go' จะเปลี่ยนรูปไปเลย (went, gone) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องอาศัยการจดจำและใช้งานบ่อย ๆ ครับ
ถาม: ฉันจะฝึกใช้ Verb Forms เหล่านี้ได้อย่างไร?
ตอบ: นอกจากการสร้างประโยคของตนเองแล้ว การอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ ฟังเพลง ดูภาพยนตร์ หรือหาแบบฝึกหัดออนไลน์เกี่ยวกับ Tenses และ Verb Forms มาทำ จะเป็นวิธีที่ดีเยี่ยมในการฝึกฝนและเห็นตัวอย่างการใช้งานในบริบทที่หลากหลายครับ ยิ่งเราเจอและใช้บ่อยเท่าไหร่ ก็จะยิ่งคล่องแคล่วมากขึ้นเท่านั้น
ชอบเนื้อหาชุดนี้ กดให้คะแนน 5 ดาวกับเราได้เลยจ้า