กริยา 3 ช่อง Talk Through (พูดคุยอย่างละเอียด, อธิบายอย่างชัดเจน, สนทนาอย่างต่อเนื่อง): ช่อง 1 2 3 และตัวอย่างง่าย ๆ

ความหมายและการผันช่อง Talk Through

คำว่า Talk Through ในภาษาอังกฤษ แปลว่า พูดคุยอย่างละเอียด, อธิบายอย่างชัดเจน, สนทนาอย่างต่อเนื่อง. เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ และเป็นกริยาปกติ (Regular Verb) เพราะแค่เติม -ed เมื่อเป็นอดีต.

การผัน กริยา 3 ช่อง ของ Talk Through:

ช่อง 1 (V1 - Base Form)
Talk Through - ใช้กับปัจจุบัน หรือเมื่อตามหลังกริยาช่วย (พูดคุยอย่างละเอียด, อธิบายอย่างชัดเจน, สนทนาอย่างต่อเนื่อง)
ช่อง 2 (V2 - Past Simple)
Talked Through - ใช้อดีต
ช่อง 3 (V3 - Past Participle)
Talked Through - ใช้กับ Perfect Tense หรือ Passive Voice

สรุปรูปแบบการผัน Talk Through:

แบบ Regular Verb (ปกติ): Talk Through → Talked Through → Talked Through

ตัวอย่างประโยค กริยา 3 ช่อง Talk Through

ลองดูวิธีใช้ talk through, talked through, talked through ในประโยคง่าย ๆ:

ตัวอย่าง Talk Through (ช่อง 1)

  • Let's talk through the project details. (มาคุยถกปรึกษาเกี่ยวกับรายละเอียดโครงการกันเถอะ)
  • We need to talk through our problems carefully. (เราจำเป็นต้องคุยทำความเข้าใจปัญหาของเราอย่างระมัดระวัง)

ตัวอย่าง Talked Through (ช่อง 2)

  • They talked through the entire negotiation last night. (พวกเขาคุยถกปรึกษากันตลอดการเจรจาเมื่อคืนนี้)
  • She talked through her concerns with her manager. (เธอคุยปรึกษาข้อกังวลกับผู้จัดการของเธอ)

ตัวอย่าง Talked Through (ช่อง 3)

  • The team has talked through all possible solutions. (ทีมได้คุยถกปรึกษาทางแก้ปัญหาทั้งหมดแล้ว)
  • The difficult situation has been talked through carefully. (สถานการณ์ที่ยากลำบากได้รับการคุยปรึกษาอย่างระมัดระวังแล้ว)

 หมายเหตุ

กริยา 3 ช่อง คือ การแบ่งคำกริยาในภาษาอังกฤษออกเป็น 3 ช่อง เพื่อบ่งบอกถึง เหตุการณ์ ในแต่ละช่วงเวลา แยกเป็น กริยาช่องที่ 1 คือ ปัจจุบัน กริยาช่องที่ 2 คือ อดีต และกริยาช่องที่ 3 คือ คำกริยาที่ใช้ใน Perfect Tense ทุกชนิด และ Passive Voice ด้วย

 ภาพประกอบ Talk Through

  • ภาพแสดงการผัน กริยา 3 ช่อง ของคำว่า Talk Through (พูดคุยอย่างละเอียด, อธิบายอย่างชัดเจน, สนทนาอย่างต่อเนื่อง
) คือ Talk Through, Talked Through, Talked Through