กริยา 3 ช่อง Digress (เบี่ยงเบนหัวข้อ, ออกนอกประเด็น, พูดนอกเรื่อง): ช่อง 1 2 3 และตัวอย่างง่าย ๆ

ความหมายและการผันช่อง Digress

คำว่า Digress ในภาษาอังกฤษ แปลว่า เบี่ยงเบนหัวข้อ, ออกนอกประเด็น, พูดนอกเรื่อง. เป็นคำกริยาที่ใช้บ่อย และเป็นกริยาปกติ (Regular Verb) เพราะแค่เติม -ed เมื่อเป็นอดีต.

การผัน กริยา 3 ช่อง ของ Digress:

ช่อง 1 (V1 - Base Form)
Digress - ใช้กับปัจจุบัน หรือเมื่อตามหลังกริยาช่วย (เบี่ยงเบนหัวข้อ, ออกนอกประเด็น, พูดนอกเรื่อง)
ช่อง 2 (V2 - Past Simple)
Digressed - ใช้อดีต
ช่อง 3 (V3 - Past Participle)
Digressed - ใช้กับ Perfect Tense หรือ Passive Voice

สรุปรูปแบบการผัน Digress:

แบบ Regular Verb (ปกติ): Digress → Digressed → Digressed

ความหมายเพิ่มเติมของ Digress:

นอกจาก เบี่ยงเบนหัวข้อ, ออกนอกประเด็น, พูดนอกเรื่อง แล้ว Digress ยังมีความหมายอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

  1. (vi) พูดนอกเรื่อง, เขียนนอกเรื่อง, เบี่ยงเบน

ตัวอย่างประโยค กริยา 3 ช่อง Digress

ลองดูวิธีใช้ digress, digressed, digressed ในประโยคง่าย ๆ:

ตัวอย่าง Digress (ช่อง 1)

  • I tend to digress during long conversations. (ฉันมักจะออกนอกเรื่องในการสนทนาที่ยาว)
  • The professor often digresses from the main topic. (ศาสตราจารย์มักจะออกนอกประเด็นหลัก)

ตัวอย่าง Digressed (ช่อง 2)

  • He digressed from his original point during the presentation. (เขาออกนอกเรื่องจากประเด็นเดิมระหว่างการนำเสนอ)
  • The speaker digressed several times during his speech. (ผู้พูดออกนอกเรื่องหลายครั้งระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์)

ตัวอย่าง Digressed (ช่อง 3)

  • I have digressed from the main argument. (ฉันได้ออกนอกเรื่องหลักไปแล้ว)
  • She had digressed too much from the original topic. (เธอได้ออกนอกประเด็นเดิมมากเกินไป)

 หมายเหตุ

กริยา 3 ช่อง คือ การแบ่งคำกริยาในภาษาอังกฤษออกเป็น 3 ช่อง เพื่อบ่งบอกถึง เหตุการณ์ ในแต่ละช่วงเวลา แยกเป็น กริยาช่องที่ 1 คือ ปัจจุบัน กริยาช่องที่ 2 คือ อดีต และกริยาช่องที่ 3 คือ คำกริยาที่ใช้ใน Perfect Tense ทุกชนิด และ Passive Voice ด้วย

 ภาพประกอบ Digress

  • ภาพแสดงการผัน กริยา 3 ช่อง ของคำว่า Digress (เบี่ยงเบนหัวข้อ, ออกนอกประเด็น, พูดนอกเรื่อง
) คือ Digress, Digressed, Digressed